คณะกรรมการอิสลามกรุงเทพ
คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
มูลนิธิเพื่อการศึกษาและพัฒนามุสลิมอีสาน
สภายุวมุสลิมโลก
มูลนิธิศรัทธาชน
มูลนิธิสันติชน
มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางฯ
สมาคมยุวมุสลิมฯ
สมาคมคุรุสัมพันธ์
แผนงานสุขภาวะมุสลิมไทยดอทคอม
สถาบันมาตรฐานฮาลาล
ชมรมมุสลิมเพื่อการศึกษาและพัฒนาผู้ต้องขัง
มุสลิมไทยดอทคอม
บทความ
     

 

 ประเด็น ถาม-ตอบ ปัญหาศาสนาอิสลาม

 
 

 
          คำถามที่ ๑ ทำไมในพื้นที่มีมุสลิมถึงมีความวุ่นวายและรุนแรง  

คำตอบ  ตลอดเวลาของการหมุนไปของโลกใบนี้ตั้งแต่มีมนุษย์คนแรกเกิดขึ้น มนุษย์ชาติก็อยู่กับความขัดแย้งมาโดยตลอด ด้วยสาเหตุหลายประการ อาทิ ความขัดแย้งด้านเชื้อชาติ, ด้านศาสนา, ความอยุติธรรมอำนาจ, ผลประโยชน์ ฯลฯ เมื่อมีศาสนาทุกศาสนาต่างก็มีกฎเกณฑ์ห้ามการฆ่ากันและกัน แต่จากที่ปรากฎคำสั่งของทุกศาสนาไม่สามารถหยุดยั้งความรุนแรงที่มนุษย์มีต่อมนุษย์ด้วยกันได้ เช่น กรณีของสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 หรือ สงครามอื่นๆ มีผู้คนทุกศาสนาต่างฆ่ากันทำให้มีคนล้มตายนับแสนนับล้าน

 
 

    ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่ อัลลอฮฺซุบฮาน่าฮูว่าตาอาลา ได้กำหนดให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของมนุษยชาติ นั่นยอมแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ปุถุชนทั่วไปสามารถประพฤติ ปฏิบัติได้ ตามแบบอย่างของท่านศาสดามูฮำหมัดซอลลัลลอฮูอาลัยฮิว่าซัลลัม ที่ถูกส่งมาในฐานะมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

    เมื่อความขัดแย้งหรือการต่อสู้กัน เป็นเรื่องปกติที่ย่อมเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน อิสลามจึงมิได้ห้ามแต่ก็มิได้ส่งเสริมแต่มีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่าสามารถกระทำได้บนเงื่อนไข 2 ประการ คือ

      1. เมื่อถูกรุกราน

      2. เมื่อถูกบังคับให้เปลี่ยนศาสนา

 
 

     และยังมีเงื่อนไขอีกสำหรับการต่อสู้หรือสงครามนั้นๆ ว่าจะต้องไม่ทำร้ายเด็ก สตรี คนชรา รวมถึงเชลยหรือแม้แต่การตัดต้นไม้ที่ไม่จำเป็น ถ้ามองเหตุการณ์ต่างๆ ณ ปัจจุบันด้วยความเป็นธรรม  จะเห็นได้ว่าแทบไม่มีกลุ่มคนมุสลิมหรือประเทศมุสลิมใด  ที่ออกไปรุกรานคนอื่นแต่สงครามหรือการต่อสู้ที่เกิด จะเกิดขึ้นในพื้นที่ของมุสลิมจาก  ผู้บุกรุกภายนอก ที่มักมีข้ออ้างต่างๆ นานา โดยผ่านอิทธิพลของสื่อ ทำให้ประชาคมโลกหลงเชื่อ นั่นอยู่ในเงื่อนไขประการแรก

 
 

     ส่วนในเงื่อนไขประการที่สอง จะเห็นได้ว่าเกือบทุกประเทศที่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามวัฒนธรรมสมัยใหม่จากประเทศมหาอำนาจมักจะไม่ค่อยเกิดปัญหาใดๆ แต่ก็ไม่สามารถดำรงไว้ ซึ่งหลักการวัฒนธรรมหรือประเพณีที่ดีงามของประเทศไทยไว้ แต่สำหรับมุสลิม ความเจริญจากโลกตะวันตกที่พยายามยัดเยียดเข้าไปไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมุสลิมส่วนใหญ่มักต่อต้านเมื่อเห็นว่าขัดต่อหลักการศาสนาอิสลาม ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้น แล้วกลายเป็นความรุนแรงในที่สุด นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่ามุสลิมเหล่านั้นเขาไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนแปลงหรือยัดเยียดสิ่งที่ขัดต่อหลักการที่แฝงไว้ด้วยความเลวร้ายที่จะทำลาย อิสลาม ในขณะที่สังคมอื่นๆ ต่างยอมรับในสิ่งเหล่านั้นจนไม่หลงเหลือหลักการและประเพณีที่ดีงามไว้

 
 

 คำถามที่ ๒ ทำไมมุสลิมถึงห้ามดื่มเหล้าโดยเด็ดขาด

 
 

คำตอบ ตามหลักการแล้วไม่ใช่เฉพาะเหล้าที่ถูกห้ามดื่ม แต่รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และสิ่งเสพติดทุกชนิดที่ทำให้เกิดอาการมึนเมา ไม่ว่าจะจำนวนมากหรือน้อยก็ตาม โดยไม่มีการอนุโลมเหมือนสิ่งบริโภคอื่นๆ แต่อย่างใด

     ดังมีฮาดิษได้กล่าวไว้ว่า “ทุกสิ่งมึนเมาคือคอมรฺ และทุกคอมรฺนั้นฮารอม”

     ฮาดิษอีกบทได้กล่าวว่า “ท่านทั้งหลายจงออกห่างไกลจากสิ่งมึนเมาทุกชนิดคอมรฺ เพราะสิ่งมึนเมาคอมรฺเป็นกุญแจ (บ่อเกิด) สู่ความชั่วทั้งมวล

 
 

จากอัลกุรอาน และฮาดิษ จะเห็นได้ว่า อัลลอฮฺซุบฮาน่าฮูว่าตาอาลา ได้เน้นให้เห็นถึงพิษภัยของการดื่ม หรือเสพของมึนเมา และได้กำหนดให้เป็นภัยที่ร้ายแรงที่สุด ร้ายแรงกว่าการฆ่าคนตาย การลักขโมย การคดโกง หรือการทำซินา ฯลฯ ทำให้ผู้คนสงสัยกันมากว่าทำไม แค่การดื่มเหล้า สังสรรค์กันเพื่อความสนุกสนานแต่กลายเป็นบาปใหญ่ที่สุดได้ ลองมาพิจารณาดูกันให้ถ่องแท้ถึงพิษภัยของการดื่มเหล้า และยาเสพติด

 
 

     การที่มนุษย์คนหนึ่งจะกระทำความผิดใดๆ ส่วนใหญ่จะต้องมีความจำเป็นหรือไม่รู้ ยิ่งถ้าเป็นความผิดที่ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น ยิ่งต้องมีปัจจัยประกอบ เช่น โกรธเคืองกัน อิจฉา อาจต้องมีการวางแผนไตร่ตรองก่อน หรืออาจเป็นอารมณ์ชั่ววูบ เมื่อได้คิดนานเข้าอาจยกเลิกที่จะกระทำความผิดนั้นไป เพราะทุกคนมีสติสัมปชัญญะ รู้จักผิดชอบชั่วดีสังคมถึงอยู่ได้ แต่เมื่อใดที่เราได้ดื่มเหล้า หรือยาเสพติดเข้าไป สติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ ที่  อัลลอฮฺซุบฮาน่าฮูว่าตาอาลาประทาน ให้ก็จะถูกทำลายในช่วงนั้น ทำให้คนๆ นั้นสามารถทำอะไรก็ได้ โดยไม่มีการยั้งคิด ไม่ว่าจะทำซินา ฆ่าคนตาย ทะเลาะวิวาท ฯลฯ ดัง ปรากฎให้เห็นมากมายในสังคมปัจจุบัน แต่เมื่อกระทำความผิดไปแล้ว พิษเหล้าหมดไป เพิ่งมาคิดได้ก็สายไปเสียแล้ว จึงนับได้ว่าเหล้า หรือสิ่งเสพติดเป็นกุญแจ หรือบ่อเกิดของความผิด ความชั่วอย่างแท้จริง

 

 

 คำถามที่ ๓ ในศาสนาอิสลามกำหนดให้ความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธาจริงหรือ ? เห็นแต่ละที่ของมุสลิม เช่น มัสยิด ห้องสุขา ร้านอาหาร บ้านเรือน ฯลฯ ไม่ค่อยจะสะอาดเลยเพราะอะไร ?

 

 

คำตอบ  อัลลอฮฺซุบฮาน่าฮูว่าตาอาลา ได้กำหนดให้ความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา  นั่นย่อมแสดงว่าคนมุสลิมคนใดละเลยเรื่องความสะอาด  เขาก็จะเป็นมุสลิมที่บกพร่องทันที เพราะไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม ศาสนาได้สอนและกำหนดให้เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาด เช่น ก่อนการละหมาด หรือตื่นนอน ก่อนทานอาหาร ฯลฯ และในเรื่องการทำความสะอาดตามหลักการศาสนาได้เลยไปถึงการทำความสะอาดด้านจิตใจด้วย  เช่น การละหมาด 5 เวลา การถือศีลอด การฟังอัลกุรอ่าน การรู้จักอดทนและให้อภัย และในส่วนที่มีความสำคัญต่อศาสนา อาทิ อัลกุรอ่าน หรือมัสยิดก็ได้ถูกกำหนดไว้ว่า สำหรับผู้ที่มีความสะอาดเท่านั้น นั่นย่อมแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความสะอาดได้อย่างชัดเจน

 

 

      แต่ที่ปราะกฎว่าในพี่น้องมุสลิมจำนวนมากที่ประกอบการใดๆ และละเลยต่อความสะอาดแม้แต่ในมัสยิด นั่นย่อมแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรงของมุสลิมผู้นั้นที่ละเลยต่อข้อบัญญัติของศาสนา ในขณะเดียวกันเรามักจะเห็นผู้ปฎิเสธจำนวนมากที่ให้ความสำคัญกับความสะอาด เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ยิ่งในปัจจุบันมีโรคระบาดมากมาย องค์กรสาธารณสุขยิ่งให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดอย่างมากถึงกับมีการรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการทำความสะอาดเพื่อป้องกันโรคภัยต่างๆ เลยทำให้เห็นได้ว่าบรรดาผู้ปฏิเสธต่างให้ความสำคัญต่อหลักการนี้ ด้วยการปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยไม่มีความศรัทธาต่ออัลลอฮฺซุบฮาน่าฮูว่าตาอาลา แต่สำหรับมุสลิมที่มีความศรัทธาต่ออัลลอฮฺซุบฮาน่าฮูว่าตาอาลา แต่กลับละเลยในสิ่งที่พระองค์ได้กำหนดให้เป็นหลักการที่สำคัญ  
   
                
 

 
counter